เมื่อมองไปที่อุตสาหกรรมยานยนต์ในระดับสากล ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในอเมริกาเหนือ กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ อันเนื่องมาจากราคาเหล็กและแร่ธาตุที่พุ่งสูงขึ้น การสร้างโครงสร้างพื้นฐานของรถยนต์ยุคใหม่ ต้องใช้กลยุทธ์การจัดซื้อที่แม่นยำ ถ้าลองนึกภาพการทำโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ราคาเหล็กที่เปลี่ยนไปทุกสัปดาห์ คือโจทย์สำคัญที่ฝ่ายจัดซื้อต้องแก้ไข
ผู้ผลิตรถยนต์ต้นแบบหรือ OEM ในตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ตะวันตก กำลังถูกบีบจากทุกทิศทาง จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การหันมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้า บังคับให้บริษัทต้องจัดหาแร่ธาตุ ซึ่งราคาในตลาดโลกเปลี่ยนไปตามสถานการณ์การเมือง
หลายบริษัทเร่งดำเนินนโยบายย้ายฐานการผลิตกลับบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการขนส่งทางทะเล แต่ความเป็นจริงกลับพิสูจน์ว่านี่คือการแลกปัญหาหนึ่งกับอีกปัญหาหนึ่ง อุปทานที่ตึงตัวในภูมิภาคส่งผลให้ราคาสูงกว่าตลาดโลก
การพึ่งพาแหล่งวัตถุดิบเฉพาะจุด อาจเกิดปัญหาหากมีมาตรการภาษีใหม่เกิดขึ้นภายในประเทศ เหมือนกับที่นักวิเคราะห์กล่าวว่า "แทนที่จะกลัวคลื่นในมหาสมุทร กลับต้องมากลัวน้ำในบ่อแทน"
สถานการณ์การจัดซื้อโลหะในปัจจุบัน มีความผันผวนสูงเนื่องจากมาตรการปกป้องทางการค้า ส่งผลให้ราคาเหล็กภายในประเทศสูงกว่าราคาในยุโรปและจีนอย่างชัดเจน
บริษัทถลุงเหล็กยักษ์ใหญ่ ตามไปดูที่นี่ คาดการณ์ว่ายอดการส่งมอบจะเพิ่มขึ้น เพื่อตอบโจทย์นโยบายการดึงการผลิตกลับสู่สหรัฐฯ การขยายสายการผลิตรถกระบะและรถเอสยูวี ที่ทำให้ความต้องการวัสดุเพิ่มสูงขึ้น
การรักษากำไรสุทธิของบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ ไม่ได้วัดกันที่จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน บริษัทที่สามารถสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งกับซัพพลายเออร์ จะสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
สุดท้ายแล้ว การศึกษาความเคลื่อนไหวของตลาดวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด คือก้าวแรกของการสร้างอุตสาหกรรมที่แข็งแรง